in

ลาคลอด ตามกฎหมายสิทธิที่เราต้องรู้!! เรามารักษาสิทธิ์ของตัวเองกัน

ลาคลอด

ลาคลอด พ่อใช้สิทธิ์ลาคลอดได้ไหม

เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ทุกคนจะต้องมีการ ลาคลอด อย่างแน่นอน(เฉพาะครอบครัวไหนที่อยากมีบุตรนะ) เมื่อถึงเวลานี้แล้วเชื่อว่าทุกคนต้องมีคำถามหรือข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับสิทธิการลาคลอดหรือกฎหมายการลาคลอด มันมีอะไรบ้างและเราจะได้รับสิทธิ์การลาคลอดไหม ถ้าได้แล้วจะได้เท่าไหร่ จะพอกับค่าคลอดไหม จะได้ตอนไหน ลาคลอดได้กี่วัน ลาคลอดใช้ประกันสังคมได้ไหม เป็นต้น เห็นไหมว่าคำถามมันเกิดขึ้นไหนสมองอย่างมากมาย

แต่คุณพ่อคุณแม่นั้นต้อง สตรองเข้าไว้ตั้งสติแล้วค่อยๆคิดทบทวนหรือ เปิดหาความรู้ตามในอินเตอร์เน็ต เพราะถ้าเวลานั้นมาถึงจริงๆ จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด และจะได้รับสิทธิ์ครบถ้วนอย่างแน่นอน วันนี้เราจึงรวบรวมคำถามหรือสิทธิ์ต่างๆที่เราควรจะได้รับมาไว้ให้ได้อ่าน หรือทำความเข้าใจกันแล้วเอาละมาเข้าเรื่องกันเลย

ตามกฎหมายลาคลอดบุตรต่างๆ ที่ควรจะได้รับในการลาคลอด

สารบัญ

กฎหมายลาคลอด

ลาคลอดประกันสังคม สามารถเบิกประกันสังคมได้ไหมและได้เท่าไหร่
  • คุณแม่สามารถลาคลอดได้ 90 วัน โดยไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ นับรวมวันลาหยุดราชการและนักขัตฤกษ์ สามารถลาได้ในวันคลอด ลาคลอดก่อน-หลัง ได้แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 90 วัน โดยที่ 90 วันนี้เราจะได้ค่าจ้างตามปกติจากนายจ้าง 45 วัน (ลาได้ 98 วัน จากเดิม 90 วัน ประมาณปลายเดือนมกราคม 2562) (หักประกันสังคมปกติ สมมุติเงินเดือน 15,000 บาท คุณจะได้รับเงิน 22,500 บาท หักประกันสังคม 750+375 = 1,125 บาท เหลือ 21,375 บาท) จากประกันสังคมอีก 45 วัน
  • การลาคลอดที่คาบเกี่ยวกับวันลาหยุดต่างๆ นั้น ให้ถือว่าวันลาหยุดนั้นสิ้นสุดลงทันทีและเริ่มนับวันลาคลอดทันทีหลังจากที่ลาคลอด
  • ในกรณีที่บุตรเสียชีวติหลังจากการคลอด ยังคงใช้สิทธิลาคลอดได้ แต่ในกรณีที่แท้งบุตร บุตรเสียชีวติในครรภ์คุณแม่ต้องพักรักษาตัว โดยการใช้สิทธิลาป่วย(ไม่อยากให้มีกรณีนี้เกิดขึ้นเลยจริงๆ)
  • ถ้าหากว่านายจ้างมีการเลิกจ้างเพราะว่าการลาคลอดหรือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์นั้นไม่สามารถทำได้ ผิดกฎหมายนะ
  • คุณพ่อลาคลอด หรือ “การดูแลบุตรและภรรยาหลังคลอด” พนักงานราชการสามารถลาคลอดติดต่อกันได้ ไม่เกิน 15 วัน แต่ต้องลาภายใน 30 วันแรกนับตั้งแต่ภรรยาคลอดบุตร ส่วนคุณพ่อที่ทำงานบริษัทเอกชนยังไม่มีกฎหมายรองรับในข้อนี้ ซึ่งแปลตรงตัวเลยคือไม่สามารถลาคลอดได้

ลาคลอดได้เงินเดือนไหม

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังใกล้จะคลอดจะต้องกังวลและสงสัยเป็นแน่ว่าจะได้รับเงินค่าจ้างไหม เพราะว่าแน่นอนว่าค่าใช้จ่ายนั้นมารออยู่ตรงหน้าแล้วใครจะไม่กังวลบ้างละ แต่ต่อไปนี้ก็หายกังวลได้แล้วหลังจากที่ได้อ่านบทความนี้ไป การลาคลอดนั้นยังได้รับเงินเดือนตามปกติจากนายจ้าง ส่วนรายละเอียดตามที่แจ้งไว้ไว้ก่อนหน้านี้

อย่าลืมเตรียมของใช้สำหรับเด็กกันด้วยนะ

คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญนะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบเดินทางบ่อยๆ มาหาความรู้เกี่ยวกับคาร์ซีทกัน คลิกได้เลย

สิทธิค่าคลอดบุตร

กฎหมายลาคลอด ที่ระบุเอาไว้ว่าเราควรลาได้กี่วัน

สามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ 13,000 บาท ต่อการคลอดหนึ่งครั้ง(ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) โดยผู้ประกันตนจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 5 เดือนภายในเวลา 15 เดือนก่อนการคลอดบุตร ต่างคนต่างเบิกแยกกันและไม่สามารถเบิกซํ้ากันได้

การทำเรื่องเบิกเงินก็สะดวกมากเลย เพียงแค่เตรียมเอกสารต่างดังนี้ แล้วนำไปยื่นที่ประกันสังคมที่อยู่ใกล้บ้าน

  • สำเนาสูติบัตรพร้อมตัวจริงของลูก ถ้าเป็นแฝดต้องแนบสูติบัตรของคู่แฝดด้วย(ของตัวเองไม่ต้องเอาไปนะ)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน (อย่าสับสนนะว่าจะเบิกของแม่หรือของพ่อ)
  • สำเนาทะเบียนสมรส(กรณีถ้าเบิกของแม่ไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ถ้าเบิกของพ่ออย่าลืมเอาไปด้วยนะ)
  • สำเนาสมุดบัญชีธนาคารหน้าแรก (เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะจะโอนเข้าบัญชีให้เราเลย ภายในกี่วันไม่แน่ใจเหมือนกันลองถามเจ้าหน้าที่ได้เลยนะ)

เมื่อเตรียมเอกสารทุกอย่างครบแล้วก็สามารถนำไปยื่นเพื่อขอรับสิทธิได้เลย ถ้าเบิกในนามของคุณแม่ไม่ต้องรอให้คุณแม่คลอดหรือแผลหายแล้วค่อยไปเบิกนะ พ่อสามารถไปทำเรื่องเบิกแทนได้

สิทธิค่าสงเคราะห์บุตร

สิทธิการลาคลอด ตามกฎหมายและประกันสังคม

ค่าสงเคราะห์บุตรนั้นผู้ประกันตนจะได้รับสิทธินั้นก็ต่อเมื่อส่งเงินสมทบมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน(3ปี) ก่อนเดือนที่มีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ ทั้งนี้จะได้รับเงินแบบเหมาๆ เดือนละ 400 บาทต่อบุตร 1 คน จะได้รับเงินจำนวนนี้ตั้งแต่แรกเกิด – 6ปี และสามารถรับสิทธิ์ได้รอบละไม่เกิน 3 คนเท่านั้น ถ้าหากบ้านไหนฟิตอยากได้มากกว่า 3 คน อย่างน้อยก็รอให้ชุดแรกครบ 6 ปีก่อนนะ ถึงจะเป็นจำนวนที่ไม่มากเท่าไหร่แต่คิดว่าช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาละกันจะได้ไม่ต้องคิดมาก

เงินสงเคราะห์บุตรนี้จะได้รับเพียงแค่บุตรที่สืบสายเลือดโดยตรงเท่านั้น นั่นก็คือลูกแท้ๆของเรานั่นเอง ถ้าเป็นเด็กที่รับมาเลี้ยง ลูกบุญธรรม จะไม่ได้รับสิทธิ์นี้นะ

สิทธิ์ในการได้รับเงินสงเคราะห์บุตรจะได้รับต่อเนื่องไปจนเด็กมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ และจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อ เด็กเสียชีวิต , ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง , ยกบุตรนั้นให้กับผู้อื่นเป็นผู้ดูแลแทน ในกรณีที่ผู้ประกันตนเกิด พิการหรือตายในขณะที่บุตรมีอายุในช่วงตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ก็ยังคงสามารถได้รับค่าสงเคราะห์บุตรนั้นไปจนกว่าเด็กจะอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์

เอกสารที่ใช้ในการขอรับสิทธิค่าสงเคราะห์บุตร

  • สูติบัตรต้นฉบับของบุตรพร้อมสำเนา 1 ชุด
  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นขอ
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์เฉพาะหน้าแรก

แนะนำแบบนี้นะ ถ้าหากจะไปทำเรื่องขอรับสิทธิ์ก็แนะนำให้ทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกันเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปๆ มาๆ ทั้ง สิทธิค่าคลอดบุตร และ สิทธิค่าสงเคราะห์บุตร ก็ง่ายๆเลย เตรียมหลักฐานไปเผื่อไว้อย่างละ 5 ฉบับที่จริงใช้ไม่ถึงหรอก แต่เตรียมไว้ก่อน

สำหรับคุณแม่ที่รับราชการ

  • ลาคลอดได้ 90 วันโดยไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์และยังได้รับเงินเดือนตามปกติจากส่วนของราชการ
  • มีสิทธิ์ลาคลอดได้ต่อเนื่อง 150 วันเพื่อดูแลบุตร แต่ตรงส่วนนี้จะไม่ได้รับเงินเดือน
  • เงินค่าคลอดบุตรจะได้ครั้งละ 400 บาท แต่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลแยกได้ต่างหาก
  • ได้รับเงินสวัสดิการสำหรับลูกเราแท้ๆ เดือนละ 50 บาทต่อคน จำนวนไม่เกิน 3 คนจนกว่าลูกเราจะอายุได้ 18 ปีบริบูรณ์
  • ถ้าหากว่าคุณพ่อหรือแม่เป็นราชการสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้จากส่วนที่เกินมาของประกันสังคม(ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมลองถามต้นสังกัดดูนะ) แต่อย่าลืมว่าต้องเป็นโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้นนะ
  • ถ้าหากว่าแม่เป็นผู้ประกันตน แต่พ่อเป็นข้าราชการก็ใช้สิทธิ์เบิกประกันสังคมของแม่ก่อนส่วนที่เกินนั้นค่อยใช้สิทธิ์เบิกราชการของพ่อแต่อย่าลืมโรงพยาบาลรัฐเท่านั้นนะ
  • ถ้าหากว่าแม่รับราชการ พ่อเป็นผู้ประกันตน ในกรณีนี้จะ win win หน่อยคือแม่เบิกค่ารักษาพยาบาลกับต้นสังกัดได้เลย ส่วนพ่อก็ไปเบิกค่าคลอดบุตรกับประกันสังคมได้แต่ต้องมีทะเบียนสมรส นะกรณีนี้และพ่อจะจะต้องเป็นโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น
  • ในกรณีที่พ่อและแม่รับราชการ แต่ตรงนี้ต้องอ่านดีๆนะ ถ้าหากพ่อมียศที่สูงกว่าแม่ จะใช้สิทธิ์เบิกได้แต่ของแม่เท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิ์ที่เบิกได้มากกว่าของพ่อได้ แต่ถ้ากลับกันก็เบิกของแม่เหมือนเดิมเอาง่ายๆ ยึดของแม่เป็นหลักเลย

มีแถมให้อีกหน่อยถ้าหากว่าแม่นั้นไม่ได้เป็นทั้งผู้ประกันตนและข้าราชการ แนะนำให้คุณแม่ใช้บัตรทองเลย 30 บาทรักษาทุกโรค สำหรับการคลอดบุตรไม่เกิน 2 ครั้ง ครอบคลุมถึงค่ารักษาและค่ายาด้วย(แต่ถ้าฝากครรภ์ใช้สิทธิ์ 30 บาทได้ตลอดเลยนะ)

หลังจากอ่านบทความกันจบแล้วอย่าลืมไปรักษาสิทธิ์ของตัวเองกันด้วยนะเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ที่มา สำนักประกันสังคม , กระทรวงแรงงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

นํ้าหนักตามเกณฑ์อายุ 0-5 ปี

นํ้าหนักตามเกณฑ์อายุ 0-5 ปี มาเช็คกันว่าลูกเราอยู่ในเกณฑ์ไหม

ไก่บ้านกับสุนัขจิ้งจอก

ไก่บ้านกับสุนัขจิ้งจอก นิทานอีสปพร้อมภาพประกอบคลิปภาษาอังกฤษ