in

ไข้หวัด RSV ภัยร้ายของลูกน้อย ที่ไม่ควรมองข้าม

ไข้หวัด rsv มาทำความรู้จัก พร้อมกับวิธีรับมือ

ไข้หวัด rsv โรคร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

สภาพอากาศที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและช่วงเวลาแบบนี้เองเจ้าเชื้อโรคร้ายหรือโรคภัยต่างๆ ก็ตามติดกันเป็นว่าเล่นเลย ที่ต้องเป็นกังวัลมากที่สุดก็ ลูกน้อยของเราเนี่ยแหละถ้าผู้ใหญ่อย่างเราเป็นอะไรหรือรู้สึกไม่ดีก็ยังสามารถบอกหรือหาอะไรกินเพื่อบรรเทาได้ แต่ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเด็กเขาจะสามารถทำได้เหรอ? แน่นอนว่าไม่เพราะฉะนั้นแล้วเราคนเป็นพ่อแม่ควรที่จะดูแลให้ดีมากที่สุด และด้วยช่วงนี้มีโรคภัยไข้เจ็บที่เพิ่มมากและกำลังระบาดหนักช่วงและมีการชีวิตจากโรคนี้แล้วด้วย โรคนี้เราเรียกกันตามภาษาชาวบ้านคือ ไข้หวัด rsv วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับมันให้มากยิ่งขึ้นและ รู้ถึงวิธีการป้องกัน และอาการต่างๆที่ของโรคชนิดนี้ ที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคอยระวังไว้ให้ดี เอาละมาเข้าเรื่องกันเลย

ไวรัส rsv หรือ ชื่อเต็มคือ Respiratory Syncytial Virus เป็นไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อ่ที่ปอดและทางเดินหายใจและแพร่ระบาดมากในช่วงแบบนี้ และสามารถพบได้ในทุกช่วงวัย แต่จะพบมากในวัยเด็กซึ่งจะมีอาการที่รุนแรงและอาจมีการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ มาดูกันว่าใครกันที่เสียงจะเป็นหรือติดเชื้อไวรัส rsv มากที่สุด

ผู้ที่มีความเสียงในการติดเชื้อไวรัส rsv ขั้นรุนแรงหรืออาจจะเสียงต่อการเสียชีวิตได้

เด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนด
เด็กที่เป็นโรคที่เกี่ยวกับปอดหรือหัวใจตั้งแต่เกิด
เด็กที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่นเด็กที่เคยได้รับเคมีบำบัด
เด็กทารกที่ต้องอาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กที่แออัด
ผู้สูงอายุ คนแก่
ผู้ใหญ่เป็นโรคหอบหืด สภาวะหวัใจล้มเหลว และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คนที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เคยได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ หรือคนที่เป็นโรคลูคีเมียและโรคเอดส์
สำหรับเด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ทั่วไปที่ไม่มีอาการตามข้างบนนี้ จะไม่มีความเสี่ยงมากที่จะมีอาการรุนแรงเกิดขึ้นได้ อาจจะเกิดการติดเชื้ัอในระบบทางเดินหายใจและทำให้มีการไอหรืออาการคลายกับหวัดธรรมดานั่นเอง( คนทั่วไปเลยเรียกว่า ไข้หวัด rsv ) เพราะอาการคล้ายกับหวัดธรรมดานั่นเอง ทีนี้เราอยากจะรู้แล้วใช่ไหมว่าอาการคนที่ติดเชื้อนั้นมันเป็นอย่างไรและเราสามารถที่จะสังเกตุได้อย่างไรว่าคนนี้หรือลูกของเรานั้นติดเชื้อไวรัส rsv

คนที่ติดเชื้อไวรัส RSV มีอาการอย่างไร

ผู้ที่ติดเชื่อไวรัส RSV นั้นจะยังไม่แสดงอาการให้เห็นในช่วงแรกๆ จะเริ่มมีอาการแสดงออกมาให้เห็นคือช่วง 4-6 วัน และอาการนั้นก็เหมือนกับไข้หวัดธรรมดาเลย โดยอาการแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงนะ คือ อาการทั่วไป กับ อาการขั้นรุนแรง

อาการทั่วไปก็เหมือนกับการเป็นหวัด จะไม่ขออธิบายเพิ่มนะเราจะมาดูอาการขั้นรุนแรงกันเลยดีกว่าว่ามันมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง
อาการขั้นรุนแรงนั้นคือเจ้าเชื้อไวรัส RSV มันได้ไปแพร่กระจายไปสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่างและทำให้เกิดโรคปอดอักเสบอาการดังกล่าวมีดีงนี้

  • เด็กมีไข้
  • ไออย่างรุนแรง
  • หายใจมีเสียงหวีด(จะได้ยินเมื่อเวลาหายใจออก)
  • หายใจเร็วถี่ หอบ และหายใจลำบาก(เด็กจะชอบลุกนั่งมากกว่านอนเพราะว่าหายใจได้ลำบาก)
  • ตัวเขียวเพราะขาดออกซิเจน

และที่ต้องสังเกตุเพิ่มเติมนั่นก็คือเวลาที่น้องหายใจ หน้าอกจะบุ๋มยุบ ลงไปอย่างผิดปกติหรือสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนเพราะว่าเขาต้องใช้ความพยายามในการหายใจมากนั่นเอง(คิดสภาพเกิดกับลูกเราคงจะทรมานน่าดู) และอาการที่ชี้ว่าติดเชื้อไวรัส RSV ขั้นรุนแรงนั้นได้แก่

  • กินน้อยเบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย ซึม จากเด็กที่เคยร่าเริงกับเหงาหงอยไม่เล่นเหมือนเดิม
  • หงุดหงิดกระสับกระส่ายเพราะหายใจไม่สะดวก

มาถึงตอนนี้แล้วคนเป็นพ่อแม่คงใจไม่ดีแล้วแหละอยากจะพาเจ้าตัวน้อยไปโรงบาลให้เร็วที่สุด แล้วเราควรจะพาไปหาหมอเมื่อไหร่ละเมื่อเกิดการติดเชื้อไวรัส RSV

เราควรจะพาคนไข้ไปหาหมอเมื่อไหร่?

ก็เข้าใจนะครับว่าบางครอบครัวนั้นก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูเจ้าตัวน้อยมากเท่าไหร่นักเพราะฉะนั้นแล้วหากเด็กมีอาการดังต่อไปนี้ 1 อาการ แล้วควรรีบพาไปหาหมอให้เร็วที่สุด

  • หายใจเร็วถี่มากกว่าปกติ หายใจลำบากและหอบเหนื่อย
  • หายใจแรงและมีเสียงหวีด
  • มีนํ้ามูกเหนียวข้น สีเหลือง เขียวหรือเทา
  • อ่อนเพลียมาก ซึม ไม่ร่าเริง
  • ตัวเขียวซีด
  • มีไข้สูง ( ประมาณ 38 องศา สำหรับเด็กอ่อนที่ อายุไม่เกิน 3 เดือน )

สาเหตุของการติดเชื้อไวรัส RSV

เชื้อไวรัส RSV แพร่กระจายละอองเสมหะในอากาศ การสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรง หรือสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อนั้นไวรัสปนอยู่ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากทาง ตา จมูก และปาก เช่น จับสัมผัสมือการจามหรือไอ กับผู้ที่ติดเชื้อไวรัสหรือไปแตะสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสปนอยู่ และก็เอามือที่สัมผัสกับเชื้อไวรัสมา จับที่ ตา จมูก และปากของตัวเองจึงทำให้ติดเชื้อไวรัส RSV เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่กระจายต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียวและจะแพร่ระบาดอย่างมากในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูหรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ผู้ที่เคยเป็นมาก่อนหรือติดเชื้อมาแล้วยังคงสามารถเป็นได้อีกแต่อาการจะไม่หนักเหมือนกับที่เป็นครั้งแรกเพราะฉะนั้นแล้วช่วงเวลาแบบนี้ควรจะดูแลบุตรหลานของท่านอย่างใกล้ชิดมากที่สุด ความร้ายกาจของเชื้อไวรัสชนิดนี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะครับ เมื่อร่างกายเราหรือลูกของเรา อ่อนแอมันยังสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ ตามมาอีก มีอะไรบ้างตามดูกันต่อ

โรคภาวะแทรกซ้อนที่มาพร้อมกับเชื้อไวรัส RSV

โรคปอดบวม

อันนี้ถือว่าเป็นโรคสุดฮิตของเด็กๆ หรือลูกเราทีเดียวเชียวไม่ว่าจะถามครอบครัวไหนคำตอบที่ได้รับกับมาอย่างน้อยก็ต้องมีเจ้าโรคปอดบวมนี้เป็น 1 ในคำตอบ และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้ซึ่งนั้นก็คือ เจ้าเชื้อไวรัส RSV นี่แหละ เด็ก ¼ ่ที่ติดเชื้อไวรัสครั้งแรกนี้จะทำให้เป็นโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ

การติดเชื้อที่หูชั้นกลาง

ถ้าหากเชื้อโรคได้เข้าสู่หูชั้นกลางแล้วจะทำให้เกิดการที่เชื้อที่หูชั้นกลางได้(หูชั้นกลางอักเสบ)และเด็กๆก็ชอบเป็นสะด้วย

โรคหอบหืด

การที่เจ้าตัวน้อยติดเชื้อไวรัส RSV อย่างรุนแรงอาจะส่งผลให้เกิดโรคหอบหืดได้ในเวลาต่อมา

การรักษาอาการของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส RSV

เนื่องจากไวรัสชนิดนี้ยังไม่สามารถรักษาได้โดยตรงแต่ สามารถรักษาได้โดยการรักษาตามอาการเพื่อประคองอาการของผู้ที่ติดเชื้อไม่ให้เกิดอาการที่รุนแรงขึ้นหรือถึงขั้นที่เสียชีวิตได้ โดยปกติแล้วถ้าหากพักรักษาตัวที่โรงบาลจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์อาการก็จะดีขึ้นและหายเองไปในที่สุดในกรณีที่ติดเชื้อแบบไม่รุนแรง ถ้าหากเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นรีบพาบุตรหลานของท่านส่งตัวไปรักษาที่โรงบาลให้เร็วที่สุด แล้วเราจะทำอย่างไรละถ้าหากในช่วงที่ลูกเราไม่สบายและสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อไวรัสนี้มาดูวิธีการบรรเทาเจ็บป่วยของคนที่ติดเชื้อไวรัส RSV กัน

  • ระวังอย่าให้เด็กหรือผู้ที่ติดเชื้อขาดนํ้า ควรให้ดื่มนํ้ามากๆ ถ้าเด็กยังไม่หย่านมก็ควรให้เด็กกินนมมากที่สุดที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เสมหะ นํ้ามูกข้นเกินไป
  • ใช้นํ้าเกลือหยด เพื่อลดการอักเสบและละลายเสมหะ ทำการล้างจมูก และดูดเสมหะ-นํ้ามูกออก
  • หลีกเลี่ยงจาก ฝุ่น ควันต่างๆที่อาจจะทำให้รบกวนทางเดินหายใจ และไม่ควรให้เข้าใกล้กับควันบุหรี่เพราะจะทำให้อาการนั้นรุนแรงยิ่งขึ้น
  • เพื่อการหายใจที่สะดวกยิ่งขึ้นควรให้อยู่ในห้องหรือที่ๆ มีความชื้นพอเหมาะ
  • ถ้าเจ้าตัวน้อยอายุยังไม่เกิน 3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนให้ยาน้อง แต่ถ้าหาก อายุ 6 เดือนขึ้นสามารถให้ยาไอบูโพรเฟนหรือพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยในปริมาณที่เหมาะสม

วิธีป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัส RSV

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างตันว่าเชื้อไวรัสนี้ยังไม่มียารักษาได้เพราะฉะนั้นเรามาดูวิธีที่จะไม่ทำให้ติดเชื้อไวรัส RSV กันดีกว่า

  • ล้างมือบ่อยๆ ควรให้เด็ก พ่อแม่ หรือคนรอบข้างล้างมือบ่อยๆ หรือล้างก่อนที่จะสัมผัสตัวลูกน้อย และถ้าครอบครัวไหนมีเด็กเยอะก็ควรให้พวกเขาล้างมืออย่างสมํ่าเสมอ
  • พยายามหลีกเลี่ยง หรืออย่าสัมผัสคนที่เป็นหวัด หรือสิ่งของที่สุ่มเสี่ยงว่าจะมีเชื้อไวรัส RSV ปะปนอยู่
  • ทำความสะอาดสมํ่าเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเจ้าตัวน้อยให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ให้มีเชื้อไวรัส หรือเชื้อโรคต่างๆ เพื่อลดการเจ็บป่วยได้
  • หลีกเลี่ยงฝุ่นควันหรือการสูบบุหรี่ เพราะว่าควันบุหรี่นั้นมีแต่โทษสำหรับเจ้าตัวน้อยแถมยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส RSV มากขึ้นและอาจมีการติดเชื้อที่รุนแรงอีกต่างหาก
  • ไม่ควรพาเจ้าตัวน้อย หรือผู้ที่ติดเชื้อไปในที่ที่ผู้คนผลุกผล่าน หรือที่ๆมีเด็กๆ แออัด
  • ควรฉีดวัคซีนให้ครบและป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

เห็นไหมครับว่าเชื้อไวรัสนี้มันร้ายกาจขนาดไหน ถ้าหาก ลูกเป็นไข้หลายวัน ก็ควรเริ่มที่จะมีการเตรียมตัวหรือสงสัยไว้ก่อนเลยว่ามันต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ ถ้าหากเมื่อได้มีการติดเชื้อและไม่ดูแลลูกน้อยให้ดีพอและอาจจะทำให้เกิดการสูญเสียขึ้นได้ ส่วนเรื่องการป้องกันนั้นถ้าได้อ่านจนจบมันก็ไม่ได้เป็นยากสำหรับคนเป็นพ่อแม่อย่างเรา ดีกว่าปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วมาเสียใจทีหลัง เรื่องแบบนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับใครทั้งนั้นเพราะฉะนั้นแล้วเราควรจะดูแลลูกน้อยของเราให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องไหน ก็ตาม เอาเป็นว่าวันนี้ขอจบไว้เท่านี้นะครับถ้าหากมีเรื่องไหนที่สำคัญหรือว่าเป็นประโยชน์กับทุกๆคนเราจะรีบนำมาเขียนเป็นบทความให้ทุกคนได้อ่านกันเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคนนะครับ

สามารถตามไปอ่านบทความต่างๆของเราได้ที่

อ้างอิง : https://kidshealth.org/en/parents/rsv.html

What do you think?

0 points
Upvote Downvote

Total votes: 0

Upvotes: 0

Upvotes percentage: 0.000000%

Downvotes: 0

Downvotes percentage: 0.000000%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

มาโหวตคาร์ซีทกันว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด

มาโหวตกันว่าคาร์ซีทค่ายไหนโดนใจคุณ (9 submissions)

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ที่คุณแม่เลือกใช้กันมากที่สุด

ผ้าอ้อมสำเร็จรูปยี่ห้อไหนดี ? มาดูวิธีเลือกให้โดนใจลูกกันเถอะ